ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หลักการบันทึกบัญชี คำนิยามเบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้หากต้องการศึกษาหลักการบัญทึกบัญชี คือ

 

หากความสำคัญของงบการเงิน คือ การแสดงสถานะภาพทางการเงินของกิจการ หลักการบันทึกบัญชีของกิจการนั้นๆจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการสร้างงบการเงินที่ถูกต้อง เพราะงบการเงินจะสามารถเชื่อถือได้ มีความเป็นกลางของข้อมูล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จำเป็นต้องมีหลักการบันทึกบัญชีที่มีคุณภาพโดยต้องเลือกวิธีจดบันทึกข้อมูลตามหลักการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ข้อมูลต้องแมนยำ และผู้ที่ทำหน้าที่บันทึกบัญชีจำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญ

และไม่เพียงแต่พนักงานทำบัญชีเท่านั้นที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับหลักการบันทึกบัญชี ผู้บริหาร เจ้าของกิจการรวมถึงนักลงทุน ก็ต้องมีความรู้เบื้องต้นของหลักการบัญชีดังต่อไปนี้เพื่อใช้ในการสอบทานความถูกต้องของงบการเงิน

คำนิยามเบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้หากต้องการศึกษาหลักการบัญทึกบัญชี คือ

  1. สมการบัญชี คือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น(ทุนส่วนเจ้าของกิจการ)
  2. รายการบัญชี คือ เหตุการณ์ทางการเงินที่ผลต่อการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น เช่น “การซื้อทรัพย์สิน , การถอนทุน , การชำระหนี้ ,การขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า”

โดยรายการบัญชีจะส่งผลกระทบต่อสมการบัญชีเสมอ  ซึ่งรายการบัญชีหนึ่งที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดคู่กับการเปลี่ยนแปลงของอีกรายการหนึ่งหรือหลายรายการและทำให้สมการดุล (ค่าของทั้งสองข้างสมการเท่ากัน) ซึ่งเรียกการบันทึกบัญชีแบบนี้ว่า “ระบบบัญชีคู่” ที่จะถูกบันทึกทั้ง 2 ด้านในรูปแบบของด้านเดบิตและด้านเครดิต

  • ด้านเดบิต คือด้านบัญชีฝั่งซ้าย ใช้บันทึกรายการบัญชีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สิน การลดลงของส่วนผู้ถือหุ้นและการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย
  • ด้านเครดิต คือด้านบัญชีฝั่งขวา ใช้บันทึกรายการบัญชีการลดลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน การเพิ่มขึ้นของส่วนผู้ถือหุ้นและการเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย

ซึ่งหลักการบันทึกบัญชีคู่ นอกจากจะต้องทำความรู้จักกับคำว่าเดบิต เครดิตแล้ว ยังต้องทำการแยกหมวดบัญชีออกมาเป็น 5 ประเภท คือ

  1. หมวดบัญชีสินทรัพย์ หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเดบิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเครดิต
  2. หมวดบัญชีหนี้สิน หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต
  3. ส่วนบัญชีของผู้ถือหุ้น หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต
  4. ส่วนบัญชีของรายได้ หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเครดิต แต่หากวิเคราห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเดบิต
  5. ส่วนบัญชีของรายจ่าย หากมีค่าเพิ่มขึ้นบันทึกด้านเดบิต แต่หากวิเคราะห์แล้วลดลงจะบันทึกไว้ด้านเครดิต

และเมื่อวิเคราะห์รายการบัญชี จำแนกการขึ้นลงของเดบิตเครดิตได้แล้ว ให้ทำการบันทึกรายการค้าในบัญชีรูปตัวที ซึ่งด้านซ้ายจะเป็นเดบิตและด้านขวาเป็นเครดิต ซึ่งผลการบันทึกรายการบัญชีทั้งด้านเดบิตและด้านเครดิตจำนวนเงินจะต้องเท่ากันตามหลักการบัญชีคู่ทุกครั้ง จากนั้นทำการรวมยอดในแต่ละหมวดบัญชี โดยสมการบัญชีต้องดุลทุกครั้งตามหลัก :  สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของผู้ถือหุ้น การบันทึกบัญชีนั้นๆจึงจะถือว่าถูกต้อง

ซึ่งการลงบันทึกรายการบัญชีแบบนี้จะทำให้เราวิเคราะห์ภาพรวมของบัญชีทั้งหมดได้และสร้างเป็นงบการเงินฉบับทดลอง จากนั้นนำมาปรับปรุงให้ถูกต้อง จนกลายเป็นงบการเงินฉบับที่ถูกต้อง มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ สามารถนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ ทำให้วงจรบัญชีของกิจการนั้นๆสมบรูณ์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สินทรัพย์ ตัวอย่าง ความ หมาย กรรมสิทธิ์ที่บุคคลหรือกิจการมีใน เป็น ความ หมาย ของข้อใด หนี้สิน ความหมายของหนี้สิน

  การดำเนินกิจการใดๆ ก็ตาม จะมีฐานในการทำบัญชีที่สำคัญอย่างยิ่ง 3 สิ่งคือ สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน ซึ่งเจ้าของกิจการ ผู้จัดทำรายงานการเงิน ตลอดจนผู้อ่านงบการเงินหลายๆท่านต้องทำความเข้าใจและสามารถแยกแยะความเป็นสินทรัพย์และหนี้สินได้ ซึ่งใน บทความ นี้จะนำเสนอความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน ดังนี้ สินทรัพย์คืออะไร สินทรัพย์ คือ ทรัพยากร สิ่งที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ ในอดีต และคาดว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ แก่หน่วยงาน กิจการ เจ้าของบริษัท ฯลฯ ต่อไปในอนาคต  โดยสินทรัพย์จะเป็นสิ่งที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ ดังนั้น สินทรัพย์ (Assets) ในทางบัญชีจึงหมายถึง เงิน หรือสิ่งของที่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน ทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ที่บุคคลธรรมดาหรือกิจการเป็นเจ้าของ เพื่อนำมาลงทุนในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น สินทรัพย์ทางบัญชีจึงแบ่งแยกได้ 3 ประเภท ดังนี้ สินทรัพย์หมุนเวียน ( Current assets) หมายถึง เงินสดหรือสินทรัพย์อื่นๆที่บริษัทสามารถขาย หรือเปลี่ยนสภาพเป็นเงินสด หรือใช้หมดไปภายในระยะเวลา 1 ปี ได้แก่ เงินสด เงินฝากธนาคาร ดราฟท์ เช...

วิธีการจดทะเบียนบริษัท กับสิ่งที่ควรรู้ ก่อนการจดทะเบียนบริษัท

  วิธีการจดทะเบียนบริษัท กับสิ่งที่ควรรู้ ก่อนการจดทะเบียนบริษัท รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ การประกอบธุรกิจ การค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผล ประโยชน์และกำไรสูงสุด รูปแบบองค์กรธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.เป็นนิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย) ห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ 2.องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ กิจการค้าเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ คำถามที่ทุกคนถามบ่อยๆ “ หจก ต่างจาก บริษัท ตรงไหน”   จดทะเบียนบริษัท ใช้เอกสารอะไรบ้าง การจดทะเบียนบริษัท อาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการรายให...

กิจการเจ้าของคนเดียว ตัวอย่าง กิจการเจ้าของคนเดียว ข้อดี ธุรกิจเจ้าของคนเดียว มีร้านอะไรบ้าง ตัวอย่างธุรกิจคนเดียว กิจการเจ้าของคนเดียว ร้านอาหาร กิจการเจ้าของคนเดียว ร้านกาแฟ รายงาน กิจการเจ้าของคนเดียว การทำบัญชี กิจการเจ้าของคนเดียว

  ในปัจจุบันรูปแบบธุรกิจประเภท “กิจการเจ้าของคนเดียว” ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารในโลกยุคดิจิตอล การซื้อขายสินค้าทำได้โดยง่ายเพียงด้วยปลายนิ้วคลิก เปิดโอกาสให้กิจการขนาดเล็ก (SME) ผุดขึ้นตามมา กฏหมายจึงให้สิทธิต่อเจ้าของกิจการได้เลือกจดทะเบียนรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับกิจการของตน อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจถึงรูปแบบและการจัดตั้งองค์กรธุรกิจในรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว ดังนั้นในบทความนี้จึงรวบรวมเนื้อหาสำคัญ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสียของรูปแบบธุรกิจดังกล่าวเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการได้เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มกิจการ เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในการค้าและการลงทุน รวมทั้งยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ กิจการเจ้าของคนเดียว คืออะไร กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship) คือกิจการหรือธุรกิจที่มี “บุคคลธรรมดา” เพียงบุคคลเดียวเป็นเจ้าของกิจการ และเป็นผู้ลงทุน ไม่มีหุ้นส่วน จึงมีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ ในขณะเดียวกันก็รับภาระหนี้สิ...