ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การบัญชีตามความรับผิดชอบ รายได้ ต้นทุน กำไร ลงทุน

 

การดำเนินกิจการไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กิจกรรมการควบคุมการดำเนินงานภายใน เช่น การบริหารต้นทุน ระบบงบประมาณและการบริหารผลกำไร ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริหารต้องให้ความใส่ใจเป็นอันดับแรก เนื่องจากหากสามารถควบคุมการดำเนินงานเหล่านี้ได้ดี กิจการก็จะมีเสถียรภาพ มีระบบและง่ายต่อการตรวจสอบยิ่งขึ้น

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหากเป็นรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว เจ้าของกิจการจะเป็นผู้ควบคุมการดำเนินกิจการภายในทั้งหมด ซึ่งเรียกการบริหารกิจการลักษณะนี้ว่า “การจัดสายงานแบบรวมอำนาจ (Centralization)” อย่างไรก็ตามเมื่อกิจการมีขนาดโตขึ้นการบริหาร ควบคุมการดำเนินงานและตัดสินใจด้วยบุคคลเพียงคนเดียวอาจมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ดังนั้น “การจัดสายงานแบบกระจายอำนาจ (Decentralization)” จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่หลายกิจการเลือกใช้ ซึ่งเป็นการจัดสายงานบริหารโดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามลำดับชั้น ได้แก่ ผู้จัดการแผนก หัวหน้าแผนก หัวหน้าฝ่าย เป็นต้น

ซึ่งการจัดสายงานแบบกระจายอำนาจจึงเป็นรูปแบบการบริหารงานโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน โดยใช้ระบบบัญชีเป็นตัวรายงานผลการปฏิบัตงาน เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถควบคุมดูแลและวัดผลการปฏิบัติงานได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเราเรียกการจัดทำบัญชีแบบนี้ว่า “การบัญชีตามความรับผิดชอบ” และนิยมแบ่งเป็น 4 ศูนย์ความรับผิดชอบ ดังนี้

  1. ศูนย์รายได้ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับยอดขายหรือรายได้ของกิจการ เช่น แผนกขาย แผนบริการ เป็นต้น ซึ่งรายงานบัญชีที่เป็นตัวประเมินผลของศูนย์รายได้ คือการเปรียบเทียบรายได้หรือยอดขายของกิจการเทียบกับงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปี และหากกิจการมีหลายสินค้าจะต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์สัดส่วนการขายของแต่ละสินค้า พร้อมเทียบกับความต้องการทั้งหมดในภาพรวมอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของกิจการไว้ได้
  2. ศูนย์ต้นทุน เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะเกี่ยวกับต้นทุนของกิจการ เช่น แผนกผลิต โรงงานผลิตสินค้า แผนกคลังสินค้า แผนกซ่อมบำรุง เป็นต้น ซึ่งการประเมินผลของศูนย์ต้นทุนจะใช้การเปรียบเทียบต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของกิจการเทียบกับงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยต้นทุนของกิจการประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ
  • ต้นทุนที่ควบคุมได้ เช่น ราคาวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าน้ำค่าไฟในการผลิต เป็นต้น ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ผู้จัดการศูนย์ต้นทุนมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการบริหาร ในขณะที่ต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การคำนวณค่าเสื่อมของสินทรัพย์ เป็นต้นทุนที่ผู้จัดการศูนย์ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจบริหารต้นทุนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการศูนย์ต้นทุนมีหน้าที่โดยตรงในการจัดทำรายงานต้นทุนที่เกิดขึ้นเทียบกับต้นทุนมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริหารนำไปวิเคราะห์ผลต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่างบประมาณยืดหยุ่น เพื่อหาทางแก้ไขลดค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น

  1. ศูนย์กำไร ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานย่อยซึ่งอยู่ในขอบเขตงานของหน่วยงานขาย/บริการ เช่นผู้จัดการสาขา 1 ,2,3 หน้าที่หลักของศูนย์กำไรคือบริหารงานและจัดทำรายงานควบคุมต้นทุนแต่ละสาขา เพื่อให้เกิดผลกำไรเพิ่มมากขึ้น โดยแตกย่อยรายละเอียดเข้าไปใน ต้นทุนคงที่ ต้นทุนคงที่ทางตรงและต้นทุนคงที่รวม
  2. ศูนย์ลงทุน เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อจำนวนเงินที่ลงทุนของกิจการ โดยส่วนใหญ่ศูนย์นี้อำนาจการบริหารและตัดสินใจจะเป็นของเจ้าของกิจการ หรือคณะกรรมการและประธานกรรมการบริษัท ซึ่งใช้รายงานอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของแต่ละหน่วยงาน เป็นตัวประเมินภาพรวมของกิจการ จากนั้นนำกำไรสะสมไปวิเคราะห์เพื่อลงทุนเพิ่มเติมหรือจ่ายปันผลคืนให้กับนักลงทุนกรณีบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

จากหลักการทำบัญชีตามความรับผิดชอบ โดยกระจายอำนาจการบริหารไปยังหน่วยงานหรือศูนย์ต่างๆตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีข้อดีกว่าการของการเลือกบริหารงานแบบรวมอำนาจ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในการวางแผน การควบคุมการดำเนินงาน อีกทั้งสามารถติดตามประเมินผลได้เป็นระบบ ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจขยายหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจการได้ง่าย ด้วยการจัดทำบัญชีตามความรับผิดชอบที่มีประสิทธิภาพ

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สินทรัพย์ ตัวอย่าง ความ หมาย กรรมสิทธิ์ที่บุคคลหรือกิจการมีใน เป็น ความ หมาย ของข้อใด หนี้สิน ความหมายของหนี้สิน

  การดำเนินกิจการใดๆ ก็ตาม จะมีฐานในการทำบัญชีที่สำคัญอย่างยิ่ง 3 สิ่งคือ สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน ซึ่งเจ้าของกิจการ ผู้จัดทำรายงานการเงิน ตลอดจนผู้อ่านงบการเงินหลายๆท่านต้องทำความเข้าใจและสามารถแยกแยะความเป็นสินทรัพย์และหนี้สินได้ ซึ่งใน บทความ นี้จะนำเสนอความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน ดังนี้ สินทรัพย์คืออะไร สินทรัพย์ คือ ทรัพยากร สิ่งที่อยู่ในความควบคุมของหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ ในอดีต และคาดว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ แก่หน่วยงาน กิจการ เจ้าของบริษัท ฯลฯ ต่อไปในอนาคต  โดยสินทรัพย์จะเป็นสิ่งที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ ดังนั้น สินทรัพย์ (Assets) ในทางบัญชีจึงหมายถึง เงิน หรือสิ่งของที่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน ทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ที่บุคคลธรรมดาหรือกิจการเป็นเจ้าของ เพื่อนำมาลงทุนในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น สินทรัพย์ทางบัญชีจึงแบ่งแยกได้ 3 ประเภท ดังนี้ สินทรัพย์หมุนเวียน ( Current assets) หมายถึง เงินสดหรือสินทรัพย์อื่นๆที่บริษัทสามารถขาย หรือเปลี่ยนสภาพเป็นเงินสด หรือใช้หมดไปภายในระยะเวลา 1 ปี ได้แก่ เงินสด เงินฝากธนาคาร ดราฟท์ เช...

วิธีการจดทะเบียนบริษัท กับสิ่งที่ควรรู้ ก่อนการจดทะเบียนบริษัท

  วิธีการจดทะเบียนบริษัท กับสิ่งที่ควรรู้ ก่อนการจดทะเบียนบริษัท รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ การประกอบธุรกิจ การค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผล ประโยชน์และกำไรสูงสุด รูปแบบองค์กรธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.เป็นนิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย) ห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ 2.องค์กรธุรกิจจัดตั้งหรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ กิจการค้าเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ คำถามที่ทุกคนถามบ่อยๆ “ หจก ต่างจาก บริษัท ตรงไหน”   จดทะเบียนบริษัท ใช้เอกสารอะไรบ้าง การจดทะเบียนบริษัท อาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการรายให...

กิจการเจ้าของคนเดียว ตัวอย่าง กิจการเจ้าของคนเดียว ข้อดี ธุรกิจเจ้าของคนเดียว มีร้านอะไรบ้าง ตัวอย่างธุรกิจคนเดียว กิจการเจ้าของคนเดียว ร้านอาหาร กิจการเจ้าของคนเดียว ร้านกาแฟ รายงาน กิจการเจ้าของคนเดียว การทำบัญชี กิจการเจ้าของคนเดียว

  ในปัจจุบันรูปแบบธุรกิจประเภท “กิจการเจ้าของคนเดียว” ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารในโลกยุคดิจิตอล การซื้อขายสินค้าทำได้โดยง่ายเพียงด้วยปลายนิ้วคลิก เปิดโอกาสให้กิจการขนาดเล็ก (SME) ผุดขึ้นตามมา กฏหมายจึงให้สิทธิต่อเจ้าของกิจการได้เลือกจดทะเบียนรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับกิจการของตน อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจถึงรูปแบบและการจัดตั้งองค์กรธุรกิจในรูปแบบกิจการเจ้าของคนเดียว ดังนั้นในบทความนี้จึงรวบรวมเนื้อหาสำคัญ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสียของรูปแบบธุรกิจดังกล่าวเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการได้เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มกิจการ เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในการค้าและการลงทุน รวมทั้งยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ กิจการเจ้าของคนเดียว คืออะไร กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship) คือกิจการหรือธุรกิจที่มี “บุคคลธรรมดา” เพียงบุคคลเดียวเป็นเจ้าของกิจการ และเป็นผู้ลงทุน ไม่มีหุ้นส่วน จึงมีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ ในขณะเดียวกันก็รับภาระหนี้สิ...